• Change Colour

  • Background Patterns

    Pattern 2    Pattern 6     

C

u

s

t

o

m

i

z

e

บทบาทหน้าที่

Written by Super User. Posted in สัตวแพทย์สัตว์ทดลอง

สัตวแพทย์สัตว์ทดลอง มีหน้าที่หลักในการดูแลและส่งเสริมให้สัตว์ทดลองมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีและให้การดูแลทางคลินิกแก่สัตว์ทดลอง รวมทั้งควบคุมสภาพแวดล้อมในการเลี้ยงสัตว์ทดลองให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และสอดคล้องกับ Guide for the care and use of laboratory animals โดยสัตวแพทย์สัตว์ทดลองจะต้องรับผิดชอบงานในด้านต่างๆ ดังนี้
1. การตรวจสุขภาพสัตว์ทดลอง วินิจฉัย รักษา และควบคุมโรค
2. การป้องกันโรคและชีวนิรภัยสำหรับสัตว์
3. การจัดหาและขนส่งสัตว์ทดลอง
4. การการุณยฆาต (Euthanasia)
5. สภาพแวดล้อมในการเลี้ยงสัตว์ทดลอง
6. การวางยาสลบและการผ่าตัดสัตว์ทดลอง
7. สวัสดิภาพสัตว์
8. Animal model

9. การฝึกอบรมให้ความรู้พื้นฐานด้านสัตว์ทดลองและโรคสัตว์สู่คนแก่พนักงาน

สวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare)

Written by Super User. Posted in สัตวแพทย์สัตว์ทดลอง

สวัสดิภาพสัตว์ คือการที่สัตว์ได้รับการเลี้ยงและดูแลให้สัตว์มีความเป็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม มีสุขอนามัยที่ดี มีที่อยู่สะดวกสบาย ได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ หรืออธิบายง่ายๆคือ “ความสุขกาย สบายใจของสัตว์” โดยยึดหลักการ 5 ประการ (Five Freedoms) ในการเลี้ยงและปฏิบัติต่อสัตว์ ได้แก่
 
1.อิสระจากความหิวกระหาย (Freedom from hunger and thirst)
 
2.อิสระจากความไม่สบายกาย (Freedom from discomfort)
 
3.อิสระจากความเจ็บปวดและโรคภัย (Freedom from pain injury and disease)
 
4.อิสระจากความกลัวและไม่พึงพอใจ (Freedom from fear and distress)
 
5.อิสระในการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ (Freedom to express normal behavior)
 

สถานภาพสุขภาพสัตว์ทดลอง

Written by Super User. Posted in สัตวแพทย์สัตว์ทดลอง

สัตว์ทดลองของศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติถูกแบ่งสถานภาพสุขภาพสัตว์ทดลองตาม Microbiological status ได้ 2 ระดับ ได้แก่
 
1.สัตว์ทดลองชนิด Specific pathogen free (SPF) เป็นสัตว์ทดลองที่มีความปลอดเชื้อจำเพาะใน Category A, B, C, D, และ E ตาม Specific Pathogens List ที่กำหนดไว้  ซึ่งเลี้ยงภายใต้ระบบ Maximum barrier ได้แก่ หนูเมาส์อินเบรด และหนูแรทอินเบรด
 
2.สัตว์ทดลองชนิด  Monitored  เป็นสัตว์ทดลองที่ปลอดจากเชื้อใน Category A, B, C, และ E ตาม Specific Pathogens List ที่กำหนดไว้ ซึ่งเลี้ยงภายใต้ระบบการเลี้ยงแบบ Low barrier สัตว์ทดลองในกลุ่มนี้ได้แก่ หนูเมาส์เอาท์เบรด หนูแรทเอาท์เบรด หนูตะเภา และกระต่าย

Bordetella bronchiseptica

Bordetella bronchiseptica

Bordetella bronchiseptica

Animal model

Written by Super User. Posted in สัตวแพทย์สัตว์ทดลอง

          Animal model หมายถึง สัตว์ที่เป็นตัวแทนของสิ่งที่เราต้องการศึกษา (ที่มา; สำนักงานมาตรฐานการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์) ในงานวิจัยที่มีการศึกษาเกี่ยวกับภาวะความเจ็บป่วยของมนุษย์ จะมีการใช้สัตว์ทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำด้วยวิธีการต่างๆ ให้เกิดภาวะความผิดปกติที่ผู้ศึกษาสนใจเพื่อเป็นตัวแทนในการศึกษา

          สำนักงานการสัตวแพทย์ ศูนย์สัตว์ทดลองแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการศึกษาและพัฒนาการทำ Animal model อย่างต่อเนื่องโดยดำเนินการพัฒนา Animal model ด้วยวิธีการผ่าตัด (Surgical animal model) ซึ่ง Surgical animal model ที่กำลังพัฒนาได้แก่

- การทำ Arterio-Venous shunt สร้างทางเชื่อมระหว่างเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำ ให้การไหลเวียนเลือดจากเส้นเลือดแดงไปยังเส้นเลือดดำโดยตรง เพื่อใช้เป็น Animals model สำหรับงานวิจัยและงานทดสอบต่างๆ เช่น กลไกการทำงานและการออกฤทธิ์ของยาหรือสารต่างๆต่อการออกฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด (Takayuki et al., 2012 )

- การทำ Hypophysectomy หรือการผ่าตัดต่อมพิทูอิทารีออก สำหรับรองรับงานวิจัยเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของ Growth hormone ในระดับก่อนคลินิก (Preclinical triall) (Closset et al., 1991)

- การทำ Ovariectomy โดยการผ่าตัดเอารังไข่ของสัตว์ทดลองเพศเมียออกไปเพื่อเป็น Animal model สำหรับงานวิจัยหรืองานทดสอบต่างๆ เช่น การขาดฮอร์โมน Estrogen ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาในสัตว์ทดลอง (Jee and Yao, 2001)

การการุณยฆาต

Written by Super User. Posted in สัตวแพทย์สัตว์ทดลอง

          การการุณยฆาต (Euthanasia) Euthanasia เป็นภาษากรีก ประกอบด้วยคำศัพท์ 2 คำ คือ Eu หมายถึง Good และ Thanatos หมายถึง Death โดยแปลรวมความได้ว่า “กระบวนการที่ทำให้สัตว์ตายอย่างสงบโดยมีมนุษยธรรม” ซึ่งควรจะทำให้สัตว์หมดความรู้สึกอย่างรวดเร็วและตายโดยปราศจากความเจ็บปวดหรือความทรมาน โดยมีลักษณะของการตายที่ดี (Good death) คือ การตายหรือหมดความรู้สึกโดยที่เกิดความเจ็บปวดและความเครียดน้อยที่สุด (AVMA, 2013) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโปรแกรมการดูแลทางการแพทย์โดยสัตวแพทย์ของหน่วยงานที่มีการเลี้ยงและการใช้สัตว์ทดลอง เป็นสิ่งจำเป็นเมื่อสิ้นสุดการเลี้ยงหรือสิ้นสุดงานวิจัยต่างๆ เพื่อการปลดสัตว์ทดลองที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม (Culling) การตรวจสอบคุณภาพ การตรวจวินิจฉัยสัตว์ป่วย หรือเป็นการระงับความเจ็บปวด หรือความทรมานที่ไม่สามารถบรรเทาด้วยการวิธีรักษ โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาให้สัตว์ตายอย่างสงบ (University of Minnesota, 2009) ดังนี้

1. สูญเสียน้ำหนักตัว (Weight loss) คือ การสูญเสียน้ำหนัก 20-25 % ของน้ำหนักตัว

2. การเบื่ออาหาร (Inappetance) คือ การที่สัตว์ไม่กินอาหารและน้ำ โดยในกลุ่มสัตว์ฟันแทะจะพิจารณาจากการไม่กินอาหารนาน 24 ชั่วโมง หรือได้รับพลังงานน้อยกว่า 50% ของที่ต้องการในแต่ละวันเป็นเวลา 3 วัน

3. อ่อนเพลีย (Weakness) คือ สัตว์แสดงอาการอ่อนแรง ไม่มีความสามารถในการไปกินน้ำหรืออาหารเองได้

4. ภาวะใกล้ตาย (Moribund state) คือภาวะที่สัตว์ไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือสิ่งกระตุ้นได้

5. ภาวะร่างกายมีการติดเชื้อ (Infection) คือ การที่สัตว์มีอุณหภูมิของร่างกายสูงกว่าปกติ หรือค่าเม็ดเลือดขาวสูง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

6. ภาวะผิดปกติของการทำงานของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย หรือการไม่ตอบสนองต่อการรักษาและได้พิจารณาโดยสัตวแพทย์แล้ว ดังนี้

อาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หายใจลำบาก (Dyspnea) เยื่อเมือกมีสีคล้ำ (Cyanosis)
อาการทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น เยื่อเมือกซีดจากการสูญเสียเลือด หรือ
    โลหิตจางซึ่งส่งผลให้ค่าเซลล์เม็ดเลือดแดงอัดแน่น (Hematocrit) ต่ำถึง 20%

อาการทางระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น สัตว์มีอาการอาเจียนหรือท้องเสียอย่างรุนแรง ลำไส้อุดตัน (Obstruction)
    ลำไส้กลืนกัน (Intussusception) และ ช่องท้องอักเสบ (Peritonitis) เป็นต้น

อาการทางระบบทางเดินปัสสาวะและสืบพันธุ์ เช่น ไตสูญเสียหน้าที่ (Renal failure) โดยมีค่า BUN (Blood urea nitrogen) และ
    Creatinine เพิ่มขึ้น

อาการทางระบบประสาท เช่น สัตว์มีอาการซึม (Depression) ชัก (Seizures) หรือเป็นอัมพาต (Paralysis) โดยไม่ตอบสนองต่อการรักษา
อาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้อถูกทำลาย การบาดเจ็บของกระดูก ซึ่งส่งผลให้ไม่สามารถใช้ขาหรือ
    เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายได้

อาการทางระบบผิวหนัง เช่น สัตว์มีแผลเรื้อรัง

          การการุณยฆาตในสัตว์ทดลองสามารถทำได้โดยใช้สารเคมี เช่น การใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(CO2) หรือ การใช้ยาฉีด Pentobarbital เป็นต้น และโดยใช้วิธีทางกายภาพ เช่น การดึงคอ (Cervical dislocation) เป็นต้น ซึ่งจะต้องเป็นวิธีที่ก่อให้เกิดความเครียดต่อตัวสัตว์น้อยที่สุด ไม่ส่งผลกระทบต่องานวิจัย รวมถึงมีความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้ทำการการุณยฆาตควรเป็นบุคคลที่มีความชำนาญในวิธีปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการการุณยฆาตมีการดำเนินการอย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นไปอย่างมีจริยธรรม มนุษยธรรม และสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์ทดลอง

Social Link